遇见数据集

การประเมินความเสี่ยงต่อการถูกเครื่องกระตุกหัวใจช็อค โดยอาศัยค่า T-peak to T-end จากคลื่นไฟฟ้าหัวใจในกลุ่มผู้ป่วยโรคใหลตาย

收藏
Mendeley Data2024-01-31 更新2024-06-27 收录
官方服务:

资源简介:

ที่มา: การประเมินความเสี่ยงว่าผู้ป่วยโรคใหลตายลักษณะใดจะเกิดภาวะหัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะชนิด ventricular tachycardia/ventricular fibrillation; VT/VF มีความสำคัญมาก แต่ปัจจุบันยังทำได้ไม่สมบูรณ์ การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่าค่า T-peak to T- end จากบนคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ยาวมีความสัมพันธ์กับการเกิด VT/VF จุดประสงค์: เพื่อศึกษาหาค่า TpTe ลักษณะทางคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และปัจจัยทางคลินิก ที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเครื่องกระตุกหัวใจช็อค (appropriate ICD shock) ในผู้ป่วยโรคใหลตาย ระเบียบวิธีวิจัย: เป็นงานวิจัยแบบย้อนหลังในผู้ป่วยโรคใหลตายที่ได้รับการใส่เครื่องกระตุกหัวใจ ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2540-2560 พบว่ามีผู้ป่วยโรคใหลตาย 32 ราย (ชาย 96.9%, อายุเฉลี่ย 37 ± 12.7 ปี) เป็นผู้ที่ได้รับการใส่เครื่องกระตุกหัวใจเพื่อป้องกันระดับปฐมภูมิ (primary prevention) 3 ราย (9.4%) ได้รับการใส่เครื่องเนื่องจากเคยเป็นลมหมดสติ 12 ราย (37.5%) และได้รับการใส่เครื่องกระตุกหัวใจเนื่องจากเคยหัวใจหยุดเต้น 17 ราย (53.1%) จากนั้นจึงทำการศึกษาข้อมูลอันได้แก่ ลักษณะทางคลินิก ลักษณะทางคลื่นไฟฟ้าหัวใจ รวมถึงค่า T-peak to T- end ที่ได้วัดจาก lead V2 เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อการถูกเครื่องกระตุกหัวใจช็อค ผลการศึกษา: เมื่อติดตามไป 7.3 ± 4.9 ปี พบว่ามีเครื่องกระตุกหัวใจช็อค 313 ครั้ง เกิดในผู้ป่วย 13 ราย (40.6%) พบว่าผู้ป่วยที่เคยหัวใจหยุดเต้นจาก VT/VF มีความสัมพันธ์กับการถูกเครื่องกระตุกหัวใจช็อค [odds ratio (OR) = 4.85, confidence interval (CI) = 1.3-18.5, p=0.025] และ ค่า T-peak to T-end จะยาวกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในกลุ่มที่ถูกเครื่องช็อค (108.9 ± 29.2 ms vs. 87.5 ± 16.2 ms; p=0.027) และการมีค่า T-peak to T-end ที่ยาวกว่า 110 มิลลิวินาทีให้ค่า sensitivity 53.8%, specificity 89.5%, positive predictive value 77.8%, และ negative predictive value 73.9% ในการทำนายการเกิดเครื่องกระตุกหัวใจช็อค สรุป: การศึกษานี้พบว่า ค่า T-peak to T-end จากคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ยาว โดยเฉพาะมากกว่า 110 มิลลิวินาที มีความสัมพันธ์ และให้ค่า specificity ที่สูงต่อการเกิดเครื่องกระตุกหัวใจช็อคในผู้ป่วยใหลตาย

背景:识别心搏骤停患者发生室性心动过速(ventricular tachycardia, VT)/心室颤动(ventricular fibrillation, VF)的风险具有重要临床意义,但目前相关评估仍不完善。既往研究表明,心电图上延长的T波峰-末间期(T-peak to T-end, TpTe)与VT/VF的发生存在相关性。 研究目的:探讨心电图TpTe参数及临床危险因素,与心搏骤停患者接受植入式心脏复律除颤器(implantable cardioverter-defibrillator, ICD)恰当电击(appropriate ICD shock)的风险相关性。 研究方法:本研究为回顾性队列研究,纳入泰国朱拉隆功国王纪念医院佛历2540-2560年(对应公历1997-2017年)收治的植入ICD的心搏骤停患者,最终纳入32例受试者(男性占比96.9%,平均年龄37±12.7岁)。其中,9.4%(3例)患者因心搏骤停一级预防指征植入ICD,37.5%(12例)因既往发生晕厥植入,53.1%(17例)因曾出现心脏停搏植入。后续收集患者的临床特征、心电图参数,包括从V2导联测量的TpTe间期,以评估其发生ICD恰当电击的风险。 研究结果:经平均随访7.3±4.9年,共有13例患者(占比40.6%)累计发生313次ICD恰当电击。分析显示,既往因VT/VF导致心脏停搏的患者与ICD恰当电击风险显著相关[比值比(odds ratio, OR)=4.85,95%置信区间(confidence interval, CI)1.3~18.5,p=0.025];发生ICD电击的患者组TpTe间期显著长于未电击组(108.9±29.2 ms vs. 87.5±16.2 ms;p=0.027)。当TpTe间期>110ms时,其预测ICD恰当电击的灵敏度为53.8%、特异度为89.5%、阳性预测值为77.8%、阴性预测值为73.9%。 结论:本研究证实,心电图延长的TpTe间期(尤其是>110ms)与心搏骤停患者的ICD恰当电击风险存在显著相关性,且具备较高的特异度。

创建时间:
2024-01-31
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务